Home
About us
Available Courses
Register
Contact
CALL : 087-719-9061

หลักสูตรเตรียมสอบ

SAT

 

รายละเอียดเกี่ยวกับ  SAT

SAT คืออะไร??
ข้อสอบ SAT (Scholastic Assessment Tests) คือข้อสอบวัดระดับความรู้มาตรฐาน วัดความสามารถเรื่อง การอ่านจับใจความภาษาอังกฤษและคำศัพท์ (Critical Reading) การเขียนและหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (Writing) และ คณิตศาสตร์ อำนวยการสอบโดยCollege Board ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อการสอบเข้าระดับอุดมศึกษา เดิมทีนั้นคะแนนSATสามารถใช้ยื่นได้แค่มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยมาตรฐาน และความ “หิน”ของข้อสอบทำให้ปัจจุบันเราสามารถใช้คะแนนSATยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในยุโรป ออสเตรเลีย เอเชีย ร่วมถึงประเทศไทยเอง หลักสูตรนานาชาติของสถาบันระดับอุดมศึกษาชั้นนำของไทย เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล ก็นำคะแนนSATเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการสอบเข้า ข้อสอบแบ่งออกเป็น3วิชาข้างต้น วิชาละ 800คะแนน รวม2400คะแนน

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติ
สามารถเลือกใช้คะแนนในส่วนของCritical Reading แทนการสอบวัดระดับความรู้ด้านภาษาอังกฤษได้ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง SAT (CR), CU-TEP, TOEFL, IELTS)
คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี (BBA) 950 คะแนน (CR+MATH)
คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA) 620 คะแนน (MATH)
คณะอักษรศาสตร์ (BALAC) 400 คะแนน (CR)
คณะนิเทศศาสตร์ (COMM ARTS) 900 คะแนน (CR+MATH)
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (INDA) 600 คะแนน (MATH), (COMM D) 400 คะแนน (MATH)
คณะจิตวิทยา (JIPP) 950 คะแนน (CR+MATH)
คณะวิทยาศาสตร์เคมี (BSAC) 450 คะแนน (MATH)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ISE) 600 คะแนน (MATH)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลักสูตรนานาชาติ
สามารถเลือกใช้คะแนนในส่วนของCritical Reading แทนการสอบวัดระดับความรู้ด้านภาษาอังกฤษได้ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง SAT (CR), TU-GET, CU-TEP, TOEFL, IELTS)
คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี (BBA) 350 คะแนน (CR) 580 คะแนน (MATH)
คณะเศรษฐศาสตร์ (BE) 620 คะแนน (MATH)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ (TEP/TEPE) 600 คะแนน (MATH)
คณะวารสารศาสตร์ (BJM) 1100 คะแนน (CR+MATH)

 

 

 


 

 

SAT คืออะไร
SAT คือ ข้อสอบที่ใช้วัดพื้นฐาน 3 ด้านด้วยกันคือ Critical Reading, Math และ Writing เพื่อที่จะวัดความรู้พื้นฐานในระดับ High school ของน้องๆ ในหลักสูตรอเมริกานั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวัดความรู้พื้นฐานก่อนเตรียมตัวเข้ารู้ระดับมหาวิทยาลัย ทั้งในต่างประเทศและหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย และคะแนนในแต่ละพาร์ทจะอยู่ระหว่าง 200-800 คะแนนค่ะ ฉะนั้นทั้ง 3 พาร์ทจะมีคะแนนเต็มรวม 2,400 คะแนน แต่ SAT จะมี 2 แบบด้วยกันค่ะ คือ
SAT-I จะเป็น 3 พาร์ท ใช้วัดความรู้พื้นฐานอย่างที่พี่เปิ้ลกล่าวไว้ข้างบนค่ะ
SAT-II (Subject Test) เป็นการสอบวัดผลทางวิชาการแยกเป็นรายวิชา โดยที่น้อง ๆ จะได้เลือกวิชาที่ต้องการสอบ โดยปกติแล้วการสอบ SAT Subject Test จะสอบกันสองหรือสามวิชา และการสอบจะมี 3 ช่วง แต่ละช่วงคือหนึ่งวิชา สามารถเลือกทำวิชาใดก่อนก็ได้ เนื้อหาของ SAT-II นั้นครอบคลุมความรู้พื้นฐานของแต่ละวิชาตามที่ได้เรียนช่วงมัธยมปลาย โดยส่วนมากวิชาที่พี่ ๆ ชอบสอบจะเป็นวิชาสายวิทย์ เช่น MathII ( มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะบังคับตัวนี้) Physics หรือ Chemistry หรือ Biology เพราะสามารถทำคะแนนได้ง่ายกว่าวิชาอื่น แต่หากน้อง ๆ นึกสนุก วิชาพวกภาษา หรือประวัติศาสตร์ก็มีให้น้อง ๆ ได้เลือกสรรเช่นกัน

 

 

 


 

 

มหาวิทยาลัยอะไรบ้าง และคณะอะไรบ้างที่ใช้คะแนน SAT ? (เปรียบเทียบจุฬาฯ มธ. มหิดล)
สำหรับคะแนนที่นำไปยื่นขอแบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ คือ คะแนนที่ต้องไปยืนในต่างประเทศ ในต่างประเทศนั้นต้องใช้ทั้ง 3 พาร์ทรวมกันค่ะ ทั้ง Critical Reading, Math และ Writing ส่วนคะแนนในจะยื่นในประเทศไทยในหลักสูตรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปกร ในหลักสูตรนานาชาตินั้นจะใช้เพียงแค่ 2 พาร์ทเท่านั้น คือ Critical Reading และ Math จะใช้คะแนนเต็ม 1600 ในการยื่นค่ะ แต่มหิดลอินเตอร์ จะใช้ทั้ง 3 พาร์ท ซึ่งน้องๆจะต้องศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ว่าต้องการอะไรบ้าง

 

 

 


 

 

SAT มีกี่พาร์ท แต่ละพาร์ทมีคะแนนเท่าไร
ก่อนอื่นขอให้ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนค่ะว่าต้องใช้ SAT-I หรือ SAT-II ถ้าเป็น SAT-II น้องๆ ต้องเตรียมวิชาคณิตศาสตร์ยากๆ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิชาเฉพาะยากๆ ส่วน SAT ธรรมดาที่ประกอบไปด้วย 3 พาร์ทนั้นคือ ส่วนที่ 1 Writing คะแนนจะอยู่ในช่วง 200-800 คะแนนค่ะ ส่วนที่ 2 Math คะแนนจะอยู่ในช่วง 200-800 คะแนน ส่วนที่ 3 Critical Reading ก็เช่นเดียวกันฉะนั้นคะแนนที่จะได้ต่ำสุดในแต่ละพาร์ทต้องเป็น 200 คะแนน คะแนนสูงสุดในแต่ละพาร์ทคือ 800 คะแนน ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะใช้แค่ 2 พาร์ทเท่านั้นคือ Critical Reading และ Math ซึ่งมีคะแนนเต็มเพียง 1600 คะแนนเท่านั้นค่ะ

 

 


 

 

ต้องคะแนน SAT เท่าไรจึงจะสามารถใช้ได้
ในต่างประเทศน้องๆ ต้องมุ่งมั่นทำทั้ง 3 พาร์ทให้ได้คะแนนดีที่สุด เพราะต้องใช้แข่งขันกับเด็กต่างประเทศด้วย น้องต้องได้คะแนนเกือบเต็มค่ะถึงจะแข่งกับเด็กในต่างประเทศได้ แต่ถ้าเป็นในไทยนั้นจะใช้เพียงแค่ 2 พาร์ทเท่านั้นต้องได้ประมาณ 1200 คะแนนถึงจะมั่นใจได้ว่าน้องๆ จะผ่านเข้าสอบสัมภาษณ์อย่างแน่นอนค่ะสำหรับในประเทศไทยค่ะ

 

 


 

 


ถ้าสนใจสอบ SAT ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างไร
ก่อนอื่นน้องๆ ต้องมีการสอบ IGCSE หรือ GED มาก่อนแล้ว หรือเรียนจบ High school มาเลย ซึ่งในส่วนนี้ความรู้พื้นฐานจะเพียงพอในการสอบค่ะ ขอเตือนไว้หน่อยค่ะ ถ้าน้องเรียนจบ High school หรือ IGCSE นั้นพื้นฐานดีค่ะ แต่ถ้าเกิดใครก็ตามที่จบมาด้วยระบบ GED อยากให้ระมัดระวังค่ะ เพราะ GED เป็นข้อสอบประเภทช้อยที่เร็วและตัดตัวเลือกได้ แต่ใน SAT ไม่ใช่อย่างนั้นถ้าน้องตอบผิดก็จะติดลบค่ะ ดังนั้นน้องๆ ควรจะเตรียมพื้นฐานให้พร้อมหลังจากนั้น หลังจากนั้นเตรียมเครื่องคิดเลขค่ะ ต้องฝึกใช้ให้ถูกต้อง แม่นยำ และเร็วด้วย ในพาร์ทคณิตศาสตร์ จะต้องฝึกความรอบครอบในการทำข้อสอบ รวดเร็ว สูตรแม่น การฝึกทำข้อสอบเก่าๆ ช่วยได้ค่ะ ส่วนพาร์ทภาษาอังกฤษนั้น ต้องเจอ Critical Reading และ Writing ต้องท่องศัพท์ในจำนวนมาก แต่ก็มีทริค คือตามร้านหนังสือทั่วไปจะมีเฟซการ์ดจะช่วยให้น้องๆ สนใจในการท่องศัพท์มากขึ้น สามารถพกติดตัวไปท่องได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยค่ะ เตรียมศัพท์ เตรียมสูตร เตรียมความรู้พื้นฐานและการฝึกใช้เครื่องคิดเลข ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับทำข้อสอบ SAT ค่ะ

 

 


 

 


สมัครสอบ SAT ได้ที่ไหน
การสมัครสอบต้องผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้น ที่ http://www.collegeboard.com/ และควรจะตรวจสอบข้อมูลในการสอบให้ดีและควรจะสมัครสอบแต่เนิ่นมิฉะนั้นสนามสอบอาจจะเต็มได้ค่ะ แล้วน้องอาจต้องเดินทางไปสอบไกลถึงต่างประเทศได้ค่ะ ส่วนค่าสมัครสอบก็ต้องชำระผ่านบัตรเครดิตซึ่งในส่วนนี้ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญด้วยค่ะ

 

 


 

 


หลังสอบเสร็จต้องรอกี่วันคะแนน SAT ถึงจะออก
คะแนน SAT จะสามารถประกาศผลได้ประมาณ 1 เดือน ซึ่งในระยะเวลา 1 เดือนที่คะแนนจะออกน้องๆ อาจจะยื่นไม่ทัน ดังนั้นน้องต้องเช็คกับทางมหาวิทยาลัยที่น้องต้องการเข้าให้ดีค่ะว่ามีรับสมัครกันในช่วงไหน และรอบนั้นที่น้องสมัครสอบไปทันหรือไม่ ฝากกันไว้ในเรื่องนี้ด้วยค่ะ

 

 


 

 


วิเคราะห์แนวข้อสอบ SAT Part Math
ข้อสอบพาร์ท Math นั้น จะมีองค์ประกอบทั้งหมด 5 ส่วนคือ กราฟ ตาราง, Algebra, Arithmetic, Geometry และ World problems Arithmetic คือ ควรจำนวนเต็มบวกลบ จำนวนเฉพาะ เลขยกกำลังต่างๆ ส่วน Algebra คือ ข้อสอบประเภทอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสมการ อสมการ แอ็บสลูท x, y การดึงตัวรวมค่ะ เด็กต่างประเทศจะมีจุดอ่อนอยู่ที่พาร์ทนี้ ส่วนกราฟและตาราง ซึ่งจะต้องเจอกราฟและตารางในข้อสอบจำนวนมาก ซึ่งจะต้องดูกราฟเป็นค่ะ การชิปกราฟ ถ้ากราฟเลื่อนขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา สมการจะเป็นอย่างไรมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สมการแอ็บสลูทของกราฟจะเป็นอย่างไร อันนี้จะเป็นเทรนด์ใหม่ที่ออกค่อนข้างเยอะ ส่วนของ Geometry คือ เลขาคณิตศาสตร์ ปัญหาใหญ่สำหรับการทำข้อสอบ Geometry คือสูตรต่างต้องจำให้ได้และถูกต้องแม่นยำ ส่วนสุดท้าย World problems ของข้อสอบคณิตศาสตร์นั้นจำแนกเป็นพวกๆ ดังนี้ คือโจทย์ปัญหาแบบ บวก ลบ คูณ หาร สมการปกติ โจทย์ปัญหาประเภทฟังก์ชัน โจทย์ปัญหาประเภทเงินเดือน ค่าจ้างต่างๆ เปอร์เซ็นค้า-ขาย กำไร-ขาดทุน ความน่าจะเป็น ฯลฯ ถ้าต้องการคะแนนเต็ม 800 ในส่วนนี้จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาดค่ะ

 

 


 

 

วิเคราะห์แนวข้อสอบ SAT Part Critical Reading
ในพาร์ทนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ Vocabulary part เป็นพาร์ทที่เกี่ยวข้องกับคำศัพท์ และอีกส่วนหนึ่งคือ Reading part เป็นส่วนที่น้องๆ จะต้องอ่านจริงๆ ในส่วนคำศัพท์จะต้องท่องศัพท์ในจำนวนที่มาก จำศัพท์ จำข้อสอบเก่าที่มีศัพท์ซ้ำๆ ให้ได้ ส่วนพาร์ท Reading จะเป็นคำศัพท์ใน textbook เป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นน้องต้องอ่านหนังสือในปริมาณที่มากพอ และการฝึกอ่านข้อสอบเก่า เพราะว่าจะเจอ Reading ที่ยาวมาก การทำข้อสอบให้ทันเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งในพาร์ท Critical Reading นี้มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะยื่นทั้งในและต่างประเทศค่ะ

 

 


 

 


เปรียบเทียบพื้นฐานเด็กไทย กับเด็กอินเตอร์ที่มาจากต่างประเทศในการสอบ SAT
เด็กไทยนะคะ จะมักเคยชินกับข้อสอบที่ยาก ลึก ให้ทำเวลานานๆ เพราะฉะนั้นถ้าเจอข้อสอบจับเวลาอาจจะพลาด จะกังวลกับเวลาจนขาดความรอบครอบ อยากให้ระวังข้อนี้ไว้ให้ดีค่ะ อีกปัญหาหนึ่งคือการแปลโจทย์ปัญหา ซึ่งน้องๆ ส่วนใหญ่ไม่สามารถแปลโจทย์ได้ในเวลาจำกัด แปลไม่เข้าใจ แปลโจทย์ผิด ฉะนั้นจึงควรฝึกทำข้อสอบเยอะๆ ค่ะ เพื่อให้เกิดความเคยชินกับโจทย์ที่ทักจะถามบ่อยๆจะช่วยเด็กไทยได้ค่ะ สำหรับเด็กอินเตอร์หรือเด็กที่มาจากต่างประเทศนั้น เนื่องจากในต่างประเทศอาจเรียนคณิตศาสตร์ไม่ลึกเท่าไร แต่เพียงพอสำหรับการทำข้อสอบ SAT ค่ะ ดังนั้นเมื่อไม่ได้ฝึกมามากพอ แล้วเจอข้อสอบประเภทนี้จะเกิดความกดดัน และเหนื่อยในตอนปลาย ดังนั้นเด็กต่างประเทศควรระวังในจุดนี้ค่ะ การทำข้อสอบเก่าก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกัน ในส่วนของพาร์ทภาษาอังกฤษนั้นทั้งเด็กไทยและเด็กอินเตอร์แทบจะไม่ต่างกัน เพราะทุกคนจะต้องมีพื้นฐานและคลังศัพท์ในจำนวนที่มากพอเช่นเดียวกันค่ะ

 

 


 

 


เทคนิคการทำข้อสอบ SAT ให้ได้คะแนนดี
ในพาร์ทคณิตศาสตร์นั้น น้องๆ จะต้องเตรียมโจทย์จำนวนมากเวลาช่วงใกล้สอบ ทำซ้ำๆ ฝึกข้อสอบจับเวลา ศัพท์ สูตรที่เกี่ยวข้องกับคณิตสาสตร์ เครื่องคิดเลข ต้องเตรียมให้พร้อมค่ะ และถ้าเมื่อไรที่เกิดความตื่นเต้นให้ทำข้อสอบช้าๆ เพราะถ้าทำเร็วไปอาจเกิดความผิดพลาดถึงทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนของพาร์ทภาษาอังกฤษนั้น น้องอยากได้คะแนนดีจริงน้องต้องมีคลังคำศัพท์ที่มากพอค่ะ ตัดตัวเลือกเป็น การทำข้อสอบเก่าเพื่อที่จะให้เราอ่านได้เร็วขึ้นช่วยได้จริงๆ ค่ะ เท่านี้น้องๆ ก็จะได้คะแนนดีในการทำข้องสอบ SAT อย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับสถาบันPornpanAcademy พี่เปิ้ลรับผิดชอบในส่วนของคณิตศาสตร์ แต่ในส่วนของพาร์ทอื่นๆ เราก็จะมีทีมติวเตอร์ไว้ค่อยช่วยค่ะ สามารถช่วยน้องๆ ในการเตรียมตัวได้ค่ะ พี่เปิ้ลก็เป็นกำลังใจให้น้องๆ ได้คะแนนดีๆ ในการทำข้อสอบ SAT กันทุกคนค่ะ

 

 



ทำไมต้องเรียนที่Pornpan Academy??
เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักเรียนว่าในบรรดา “Standard Test”เข้ามหาวิทยาลัยนั้น SATเป็นข้อสอบที่พิชิตยากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของ Critical Reading ที่คณะส่วนใหญ่ในจุฬา และธรรมศาสตร์กำหนดให้ได้คะแนนผ่านเพียง50%เท่านั้น (400คะแนน เต็ม800) ในขณะที่ข้อสอบอื่นๆเช่น CU-TEPกำหนดให้ผ่านเกณฑ์ประมาณ80% (550คะแนน เต็มประมาณ700) หากคะแนน SATนี้เป็นอุปสรรคในการพิชิตมหาวิทยาลัยในฝันของน้องๆ Pornpan Academy คือตัวช่วยชั้นเลิศ ด้วยรูปแบบการสอนเป็นไปให้แบบที่ใกล้ชิด และเป็นกันเอง ติวเตอร์สนิทกับนักเรียนทำให้นักเรียนไม่ลังเล กล้าที่จะถามคำถามเมื่อสงสัย น้องบางคนที่เข้ามาเรียนตอนแรกไม่สามารถเดาคำศัพท์ระดับสูงในข้อสอบได้เลย แต่เมื่อเรียนคอร์สนี้แล้วได้นำเทคนิดการเดาศัพท์จากcontext cluesมาใช้ จนถึงแม้ว่าจะไม่รู้ความหมายของศัพท์แต่ก็ตอบถูกได้โดยง่ายจากบริบท และการตัดตัวเลือกอื่นๆ น้องบางคนอ่าน Reading Comprehensionแล้วใจลอย เมื่ออ่านpassageจบแล้วกลับไม่เข้าใจpassageนั้นเลย คอร์สSATนี้ จะสอนให้อ่านpassageแบบมี “Central idea” ทำให้จดจ่อกับการอ่านและ เข้าใจสารที่passageสื่อ ทั้งๆที่แปลศัพท์หลายคำไม่ออก

 

สถาบันพรพรรณอะคาเดมี่ เป็นสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจจากนักเรียนกว่าหมื่นคน โดยมีสถิติการสอบติดสูงสุดถึง 90% ความสำเร็จนี้เป็นเพราะทางสถาบันได้เลือกสรรบุคคลากรที่มีคุณภาพจบตรงสายวิชาที่สอนจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ Pornpan Academyเปิดสอนคอร์สสอนSATทั้ง คอร์สสถาบัน และคอร์สPrivate เพื่อเพิ่มเนื้อหาและความเข้มข้นให้กับหลักสูตร “พี่เปิ้ล” ผู้ก่อตั้งสถาบันPornpan Academy มีประสบการณ์การสอนคณิตศาสตร์อย่างเชี่ยวชาญ เจาะลึก และชัดเจนพร้อมที่พร้อมความพร้อมให้กับนักเรียนในทุกระดับความสามารถ ไม่ว่าจะอ่อนหรือ เก่งก็สามารถเรียนได้ทั้งนั้น